ถอดแนวคิด “ซุน โกคู” นิสัยสนุกกับความท้าทายใหม่ๆ สู่การพัฒนาตัวเองอย่างมีความสุขและยั่งยืน

การต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับมนุษย์เรา การที่ต้องออกจากความเคยชินเดิมๆ ไปพบเจอกับสิ่งใหม่มักมีราคาที่ต้องแลกมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็น ความกลัว การสูญเสีย หรือเวลา

จนหลายๆ ครั้ง ทำให้เราต้องเลือกระหว่างการท้าทายสิ่งใหม่ หรืออยู่ที่เดิมที่ปลอดภัยมากกว่า

ในขณะที่เรากำลังลังเลอยู่นั้น กลับมีกลุ่มคนที่มีนิสัยชอบท้าทายสิ่งใหม่ๆ แม้จะต้องเจอกับความผิดหวังมากแค่ไหนก็ยังสนุกสนานและได้ประโยชน์จากความท้าทายเหล่านั้นอยู่ตลอด นิสัยเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้พวกเขาเกิดการพัฒนาอย่างน่าอิจฉา

T7kWbVVWQ1J3GVLl9V7O7jTFgm3N WGgvlFnVt2R9FFdeX9PjvSMwYHPWEpf8U6w8C31Q1ueqhJ2w1Tm106 WHDTb7 z9J

และนิสัยนี้มักจะเป็นคุณสมบัติยอดฮิตในโลกของ “การ์ตูน” หากพูดถึงหนึ่งในตัวละครที่มีคุณสมบัตินี้ ภาพแรกที่แว่บเข้ามาในหัวเลยก็คือ “ซุน โกคู” จาก Dragon Ball ผู้ที่สนุกสนานกับความท้าทายใหม่ๆ แม้ต้องเผชิญกับภัยพิบัติระดับเทพเจ้าก็ตาม

วันนี้เราจะมาปลุกพลังความเป็นซุปเปอร์ไซย่าในตัวคุณเพื่อเสริมสร้างนิสัยที่ทำให้เราสามารถสนุกสนานกับความท้าทายใหม่ๆ ได้ตลอดเวลาด้วยการถอดแนวคิดของ “ซุน โกคู” 

อะไรคือกุญแจสำคัญ สู่นิสัยแห่งการพัฒนาแบบไร้ขีดจำกัดนี้ มาอ่านกันได้เลย

โกคูไม่เคยจมอยู่กับปัญหาและเข้าใจมันได้เร็วกว่าคนอื่น

แนวคิดนี้ถือว่าเป็น DNA หนึ่งที่สำคัญของตัวละครอย่างโกคูที่ทำให้เขามีความสนุกสนานกับความท้าทายใหม่ๆ เสมอ 

ในทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องเราจะสังเกตได้ว่าไม่ค่อยจะมีการต่อสู้ไหนเลยที่ทำให้โกคูรู้สึกกลัวหรือสิ้นหวัง แม้เขาจะต้องพบกับคู่ต่อสู้หรือภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม

q9JiyywFX M2G7F1rMIeLZvPEtAr7YIKuUGch13DyUDJcOIKSKe5wapS9Rbt1Yu3SJrScC22ZH DRXxPQkwA5cE9hFFI3wBlmmTxAtnEWaW6LictQttZa3ykTWH bJYEPEC9yq7rzM2ag0du2bC2iH8

ซีนที่โกคูต่อสู้กับบิลส์ (เทพทำลายล้าง)

อย่างตอนที่เขาต้องเผชิญกับการมาเยือนของท่านบิลส์ (เทพแห่งการทำลายล้าง) ที่มายังโลกเพื่อทำลายล้างโลกให้เกิดความสมดุลของจักรวาล 

ตัวของโกคูรู้ดีว่าเขาสู้ท่านบิลส์ไม่ได้ เขาจึงเลือกจะพยายามสู้อย่างสุดความสามารถ แทนที่จะกังวลอยู่กับข้อเท็จจริงที่ว่าเขา “อาจจะ” ต้องแพ้และโลกถูกทำลาย 

แต่ความพยายามของโกคูสร้างความประทับใจให้ท่านบิลส์ จนตัดสินใจไม่ทำลายโลก

cfK9yWBOe5 lN5zUSxwyGTCpXQxKRPjePJQZwnYJiU18LR6wY4Tc 4Kwcy8tKKbOJJliptlKRu2b2jueLKgi

โกคูกลายเป็นเด็กด้วยพรจากเทพเจ้ามังกรในภาค GT

หรือจะเป็นในภาค GT ที่ตัวเขาบังเอิญได้รับพรจากเทพเจ้ามังกรทำให้ตัวเขากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ในตอนนั้นคนรอบข้างโดยเฉพาะปัง หลานของเขา ต่างจมอยู่กับปัญหาที่มีคุณปู่อายุน้อยกว่าตัวเอง 

แต่โกคูกลับไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นปัญหาสำหรับเขาเลย กลับกันเขามองโลกในแง่ดี และตระหนักถึงสิ่งที่ควรจะทำอย่างการตามหาดราก้อนบอลเพื่อแก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

2 เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างการไม่จมอยู่กับปัญหาของโกคู ที่ทำให้คนดูอย่างเราเห็นว่าทุกปัญหาที่เข้ามาในชีวิตนั้นสิ่งสำคัญ คือ การไม่จมอยู่กับปัญหาหากเราเข้าใจปัญหาและปล่อยวางมันได้ เราก็สามารถรับมือได้อย่างมีสติ และผ่านปัญหานั้นไปได้ นั่นแหละคือจุดที่จะทำให้เราเริ่มสนุกสนานกับการแก้ปัญหานั่นเอง

โกคู คิดแบบผู้ใหญ่แต่ทำแบบเด็ก

หากมองจากภายนอกหลายๆ คนคงคิดว่าโกคูเป็นตัวละครที่เหมือนเด็ก นั่นเป็นเพราะการกระทำของเขามีความสุดโต่ง และชัดเจน จนหลายครั้งก็ดูเหมือนไม่ได้ผ่านการคิดสักเท่าไหร่ 

แต่ลึกๆ แล้วหากเรามองกันให้ดีสิ่งที่มาก่อนการกระทำเหล่านั้นของโกคูล้วนแล้วแต่ผ่านการคิดอย่างมีเหตุมีผลมาแล้วทั้งสิ้น และการกระทำที่ดูเหมือนเด็กของเขาเนี่ยแหละที่อาจเป็นกุญแจที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในหลายๆ ครั้ง

1jfSiNi PDiJREBVClAXEpFgVpWKSvyQl HxKVaHflN2ThirJ6fmDuDfHw DaY6ahJa6uGJ7PXLzIPD8ekJVWrMyuIVLML

อย่างในตอนที่โกคูต้องเผชิญหน้ากับจอมมารบูร่างซูเปอร์ โกคูได้คิดเอาไว้แล้วว่าตัวเขานั้นไม่สามารถต่อสู้กับบูได้นานเนื่องจากตัวเขาที่ตายไปแล้ว เขาได้ทำการวางแผนตั้งแต่ให้ลูกของเขาอย่างโกฮังไปเพิ่มพลัง  หรือแม้แต่การให้พิคโกโร่ฝึกวิชาให้กับทรังค์และโกเท็นเพื่อมาต่อสู้แทนเขา 

HzmlhneCAZVQ8CSU8f1Py ZnoT0sEoox5CwlZJIIaLCf8yEyH W

แผนการทั้งหมดถูกคิดขึ้นมาอย่างเป็นเหตุเป็นผลโดยผ่านการประเมินถึงความน่าจะเป็นที่มีโอกาสชนะมากที่สุดแบบผู้ใหญ่ แต่ในท้ายที่สุดก็เป็นตัวเขาเองที่เข้าต่อสู้แบบทุ่มสุดตัว โดยไม่มีการใช้แผนการใดๆ ทั้งสิ้นเป็นการเข้าต่อสู้แบบตรงๆ 

จนสุดท้ายเขาก็สามารถเอาชนะจอมมารบูได้ด้วยการรวมพลังของคนทั้งโลกแล้วถล่มใส่จอมมารบู 

เหตุการณ์นี้บ่งบอกให้เห็นว่าโกคูไม่ใช่ตัวละครที่เข้าต่อสู้กับศัตรูตัวแล้วตัวเล่าด้วยความบ้าบิ่นเท่านั้น  แต่เขายังมีการวางแผนและประเมินสถานการณ์อยู่ตลอด และเมื่อถึงเวลาในการต่อสู้จริงๆ เขาก็ลงมือทำมันอย่างสุดความสามารถโดยเชื่อมั่นในสิ่งที่เขาคิดเอาไว้ เหมือนกับการกระทำของเด็กๆ ที่ลงมือทำทุกสิ่งด้วยความบริสุทธิ์ แต่คิดและวางแผนแบบผู้ใหญ่

ก็เหมือนกับในชีวิตของผู้ใหญ่อย่างเราๆ เมื่อเราเติบโตขึ้นความรับผิดชอบในชีวิตและประสบการณ์ต่างๆ ทำให้เราเริ่มต้นทำอะไรต่อมิอะไรด้วยการวางแผนและประเมินสิ่งต่างๆ ด้วยเหตุและผล 

แต่ความแตกต่างของเรากับโกคู คือ เมื่อถึงตอนที่ต้องทำตามแผนการที่วางเอาไว้เรากลับกลัวในความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นจนไม่สามารถเริ่มทำตามแผนได้อย่างที่หวัง

แนวคิดของโกคูทำให้เราได้เห็นแล้วว่าต่อให้แผนการถูกคิดมาดีแค่ไหนแต่ถ้าหากเราไม่ได้เริ่มมันก็ไม่มีความหมาย เพราะฉะนั้นจงริเริ่มในการทำอะไรต่อมิอะไรด้วยเหตุผลแบบผู้ใหญ่ แต่จงลงมือทำมันด้วยความบริสุทธิ์แบบเด็กๆ 

โกคู ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

แนวคิดนี้เป็นสิ่งที่จะส่งเสริมความมั่นใจให้กับทุกคนเมื่อเรามีความมั่นใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเราก็จะสามารถทำมันออกมาได้อย่างสนุกสนาน  แม้ว่าจะต้องใช้ทักษะนั้นในการท้าทายสิ่งใหม่ๆ ก็ตาม

EFSrQD5ybriAZ3waSGUpQEdufDmpN Ah3gzC60vKaLbBoWiMi5ua KARKen8oQM00v1FazGWRInDDmdyS5cskNjk

ตลอดทั้งเรื่องเรามักจะคุ้นเคยกับภาพการฝึกฝนของโกคูอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนฝึกในปรภพกับท่านไคโอเพื่อเตรียมรับมือกับการกลับมาของจอมมารพิคโกโร่ (ขนาดตายพี่แกยังฝึก คิดเอาแล้วกัน) 

ตอนเปิดของภาค GT โกคูก็ยังฝึกฝนอยู่บนหอคอยพระเจ้าในภาคมนุษย์ดัดแปลงเขาก็ยังฝึกฝนวิชาอยู่บนดาวยาโดแรท (ที่ที่โกคูได้เรียนรู้วิชาเทเลพอร์ต) หรือแม้แต่ในภาค Dragonball Super ที่พอโกคูสนิมสนมกับท่านบิลส์ที่เป็นเทพแห่งการทำลายล้างแล้วเขาก็ขอไปฝึกวิชาเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

การฝึกฝนการต่อสู้ที่สม่ำเสมอของซุนโกคูทำให้เขาเป็นคนที่พร้อมกับการต่อสู้อยู่ตลอดเวลา และด้วยสิ่งนี้ทำให้ในทุกๆ ครั้งที่เขาพบเจอกับศัตรูหน้าใหม่ไม่ว่าจะแข็งแกร่งกว่าหรืออ่อนแอกว่าเขาจะมีความมั่นใจอยู่เสมอ จวบจนทำให้เขามีความสนุกสนานในการต่อสู้ไปด้วยนั่นเอง

ในชีวิตจริงก็เหมือนกับเรา  หากเรามีการฝึกฝนทักษะบางอย่างอยู่ตลอดเวลายกตัวอย่างเช่น “การฝึกภาษา” หากเราทำการอ่านหรือฝึกฝนการใช้ภาษาแม้จะเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน  และเมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เราต้องใช้ภาษาในการสื่อสารเราก็จะทำได้ดีอย่างน่าประหลาด  จวบจนทำให้เรารู้สึกสนุกสนานกับการใช้ภาษาในชีวิตจริงตามไปด้วย

ทฤษฎีนี้เป็นสิ่งที่เรามักคุ้นเคยกันในวงการกีฬา การฝึกฝนทักษะอย่างสม่ำเสมอนั้นเป็นรูปแบบการเสริมสร้างทางกายภาพและจิตวิทยาให้กับมนุษย์ 

ทางด้านกายภาพนักกีฬาจะสามารถใช้ร่างกายในทักษะต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว ในด้านของจิตใจนักกีฬาก็จะมีความมั่นใจในการใช้ทักษะต่างๆ ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างสม่ำเสมอ และสิ่งเหล่านี้นี่แหละที่จะนำไปสู่ความสนุกสนานในการทำบางสิ่งบางอย่างในที่สุดนั่นเอง

Scale’s Takeaways

  1. อย่าจมอยู่กับปัญหา ทำความเข้าใจปล่อยมันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น

หลายครั้งปัญหาที่เข้ามาในชีวิตของเรานั้นมันยากจนดูเหมือนเราไม่สามารถจะผ่านมันไปได้ทำให้เราจมอยู่กับมันจนอาจทำให้เราเห็นมันใหญ่กว่าสิ่งที่มันควรจะเป็น  แต่ถ้าหาเราใจเย็นๆ ตั้งสติและทำความเข้าใจปัญหาเหล่านั้นด้วยทัศนคติที่เป็นบวก มองมันตามความเป็นจริงและจงเชื่อเสมอว่าทุกปัญหานั้นมีทางออกเสมอ 

หากเราสามารถปล่อยวางปัญหาเหล่านั้นและลงมือแก้ไขอย่างมีสติได้  จากปัญหาที่ทำให้เราเครียดหรือเป็นกังวล มันอาจจะกลายเป็นเรื่องสนุกในชีวิตที่ทำให้เรามีความสุขเมื่อแก้มันได้

  1. คิดแบบผู้ใหญ่แต่ทำให้สนุกสนานแบบเด็ก

ในวันวัยที่เราเติบโตขึ้นความรับผิดชอบต่างๆ หล่อหลอมให้เราเป็นคนที่รู้จักกับการวางแผน และประเมินสิ่งต่างๆ ที่จะทำมากขึ้น ทั้งจากประสบการณ์และความสามารถของเราซึ่งนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ในหลายๆ ครั้งการวางแผนที่มากเกินไปก็กลายเป็นสิ่งที่ปิดกั้นเส้นทางสู่ความสำเร็จ จนสุดท้ายหลายๆ คนก็ไม่ได้เริ่มต้นทำอะไรตามที่อยากจะทำได้

เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือการวางแผนด้วยประสบการณ์ของผู้ใหญ่ประเมินสิ่งที่น่าจะเป็นด้วยความรู้ที่สั่งสมมา แต่ในตอนที่ต้องลงมือทำให้เราลงมือทำด้วยความบริสุทธิ์แบบเด็ก  ลงมือทำทั้งที่ไม่ได้คาดหวัง ลงมือทำด้วยความไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสิ่งที่ทำไว้ใจในแผนการที่วางเอาไว้ และจงสนุกสนานกับสิ่งเหล่านั้น

อย่างน้อยถึงแม้เป้าหมายอาจจะไม่สำเร็จแต่สิ่งที่เราได้รับกลับมานั้นก็คือความสุขของการได้ลงมือทำนั่นเอง และนั่นอาจเป็นความสำเร็จที่เราต้องการอย่างแท้จริงก็ได้

  1. สม่ำเสมอกับสิ่งที่ทำ

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามจงให้ความสำคัญกับความ “สม่ำเสมอ” สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับเรา และเมื่อเรามั่นใจกับสิ่งที่ทำก็จะทำให้เราลงมือทำสิ่งเหล่านั้นด้วยความสนุกสนานได้นั่นเอง

สรุป

ทั้ง 3 แนวคิดนี้คือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังนิสัยสนุกสนานกับความท้าทายใหม่ๆ ของ “ซุน โกคู” ที่เขาได้รับมาจากการผจญภัยในเรื่อง Dragonball 

จะสังเกตได้ว่าทั้ง 3 แนวคิดนี้ไม่ใช่แนวคิดที่แปลกใหม่ แต่เป็นแนวคิดทั่วไปที่อยู่กับพวกเราในชีวิตและเราต่างรับรู้กันได้เป็นอย่างดี แต่เราอาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับแนวคิดเหล่านั้นเท่าที่ควร ถ้าเพื่อนๆ สามารถประยุกต์แนวคิดเหล่านี้มาใช้ได้อย่างคล่องแคล่วมันจะเป็นตัวช่วยเสริมสร้าง Mindset ที่ดีในการใช้ชีวิตให้กับเพื่อนๆ ได้อย่างมหาศาล 

เราทุกคนต่างเป็นซูเปอร์ไซย่าในชีวิตจริงอยู่แล้วเพียงแค่เราจะต้องฝึกฝนและหาหนทางเข้าถึงความสุขจากสิ่งเหล่านั้นให้พบ  หวังว่าความสนุกสนานของโกคูและ Dragonball จะทำให้เพื่อนๆ เป็นคนที่ดีขึ้นได้ในแต่ละวันครับ 

Ps. นักเขียน Dragon Ball “อากิระ โทริยามะ” เสียชีวิตในวันที่ 1 มี.ค. 67 ความกล้าของตัวละครที่อาจารย์สร้างไว้จะอยู่กับพวกเราตลอดไป

อ้างอิง

ขอขอบคุณรูปภาพ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ติดตาม scale เพื่อเติมความรู้ดีๆ ใส่สมองก่อนใคร!

เราสัญญาว่าจะเติมแต่ความรู้ดีๆ ใส่สมองของคุณ :)

ติดตามต่อทาง Social Media

นอกจากอีเมลแล้ว คุณยังสามารถติดตามคอนเทนต์ดีๆ ผ่าน Social Media ได้เช่นกัน

เราสัญญาว่าจะเติมแต่ความรู้ดีๆ ใส่สมองของคุณ :)

ติดตามเราทาง Facebook

เราสัญญาว่าจะเติมแต่ความรู้ดีๆ ใส่สมองของคุณ :)

กดปุ่มนี้

Scroll to Top