เคยไหม เวลาเจองานยากๆ แล้วอยากหนีไปให้ไกลแสนไกล?
เคยไหม ต้องตัดสินใจเรื่องยากๆ แต่เราก็พยายามหนี แล้วไปตัดสินใจเอาวินาทีสุดท้าย?
เคยไหม ที่เราต้องทำงานจนดึกดื่น เพราะรู้สึกว่างานเราไม่เคยดีพอเสียที?
แล้วเคยไหม ที่คุณคิดว่า ความผิดพลาดคือตราบาปในชีวิตคุณ?
ถ้าคุณเคยเป็นข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ แสดงว่าคุณถูกเจ้าลิงในสมองเล่นงานแล้วล่ะ!
ทำไมลิงในสมองต้องมาทำให้เรากังวลด้วย!
ความจริงแล้ว เราทุกคนมีลิงในสมองมาตั้งแต่เกิด เพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์สุดอันตรายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ หรืออาการเจ็บป่วย
แต่ลิงในสมองเราไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น เพราะมันมักจะคิดว่า “สิ่งไหนที่ทำให้เราลำบาก สิ่งนั้นคือภัยคุกคามที่อันตรายต่อเรา”
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราจะนั่งเขียนบทความที่ต้องส่งพรุ่งนี้ เจ้าลิงในสมองเราจะเริ่มปฏิบัติการเตือนทันที ไม่ว่าจะเป็น
“เธอไม่ได้อยากทำงานนี้หรอก ไปพักผ่อนก่อนไหม”
แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าลิงทำงานของมันได้สำเร็จ ไม่ใช่เพราะคำพูดของลิงในหัว แต่เป็นเพราะ “เราได้ให้อาหารกับลิงไปโดยไม่รู้ตัว”
หลังจากนั้น เราเลยตัดสินใจไปดู Netflix สักเรื่อง แล้วก็ต่อด้วยทำความสะอาดห้องอันแสนรกของเรา (ก็มันไม่มีแรงบันดาลใจเขียนนี่!) แล้วก็ไปซื้อไอติมมากินสักแท่งให้อารมณ์ดี
ซึ่งนั่นเป็นการให้อาหารเจ้าลิงไปเรียบร้อยแล้ว! เพราะการกระทำของเรา เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีกับเจ้าลิงว่า “การเขียนบทความที่ต้องส่งวันพรุ่งนี้เป็นเรื่องยากและอันตรายสำหรับเรา” (ไม่อย่างงั้นเราจะหนีไปทำอย่างอื่นทำไม จริงไหม?)
หลังจากที่คุณทำทุกอย่างเสร็จสิ้น (ยกเว้นเขียนบทความให้เสร็จ) เจ้าลิงของเราก็จะมากระซิบข้างหูว่า “เห็นไหม เชื่อชั้นแล้วเธอจะปลอดภัยและสบายใจสุดๆ ไปเลย!!”
4 ขั้นตอนง่ายๆ เพื่อรับมือกับลิงในสมองเรา
Jennifer Shannon ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์บำบัดความคิดและพฤติกรรมแห่งซานตาโรซา รัฐแคลิฟอร์เนีย และผู้เขียนหนังสือ “Don’t Feed the Monkey Mind” (หยุดเลี้ยงลิงในสมองคุณ!) ได้มอบขั้นตอนในการจัดการกับเจ้าลิงในหัวของเราอย่างไรให้ตอแยความคิดเราน้อยลง
- ขอบคุณเจ้าลิงที่คอยเตือนเรา
อย่าลืมว่าลิงในหัวของเราไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเรา แต่มันอยากให้เราปลอดภัยที่สุด
เพราะฉะนั้น ถ้าคุณรู้ตัวแล้วว่าเจ้าลิงมาหา อย่าพยายามต่อต้านว่า “ออกไปจากชีวิตชั้น ชั้นจะเป็นคนใหม่แล้ว!” หรือโอบรับมันว่า “อยากทำอะไรก็ทำเลย ชั้นยอมแล้ว!”
แต่จงเฝ้าสังเกตมัน เมื่อมีความคิดอะไรในหัว ไม่ว่าจะเป็น “งานนี้ยากจะตาย ไปพักดีกว่า” หรือ “ถ้าทำแบบนี้ เจ้านายว่าเธอแน่นอน” ว่า “ขอบคุณมากที่เตือน ฉันรู้แล้วนะ” แล้วทำงานของคุณต่อไป
ซึ่งการขอบคุณลิงในสมองเราไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการย้ำเตือนว่าลิงในสมองจะไม่สามารถทำอะไรเราได้ ถ้าเราไม่ไปสนใจมัน
- จัดเวลาให้ตัวเองกังวล
ถ้าความกังวลมันมากมาย แล้วเจ้าลิงในหัวก็ยังตะโกนไม่หยุด ให้คุณลองจัดเวลาให้ตัวเองกังวลสัก 10 – 20 นาที ในสถานที่เงียบๆ
สิ่งนี้เป็นสัญญาณเพื่อบอกลิงในหัวคุณว่า “อยากพูดอะไรก็พูดมาเลย ฉันรับมือได้!”
ถ้ายังไม่หมดเวลาที่กำหนดไว้ อย่าหยุดกังวล จงกังวลต่อไปจนกว่าเวลาจะหมด
ซึ่งนั่นจะทำให้คุณเป็นคนควบคุมอำนาจความกังวลนั้นด้วยตัวเอง ไม่ใช่เจ้าลิงในหัวคุณ
- คิดถึงเรื่องเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดกับเรา
ตอบคำถามตัวเอง 2 ข้อให้ได้ว่า “สิ่งเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นคืออะไร” และ “ถ้าเรื่องนั้นเกิดขึ้นจริง มันจะส่งผลต่อชีวิตเรา และอนาคตเราอย่างไร” ลองเขียนคำตอบ 2 ข้อนี้ แล้วอ่านมันออกมา
เราจะค้นพบว่า สิ่งที่เราคิดในหัว บางเรื่องมันเกินความเป็นจริงไปมาก และอย่างน้อยเราจะได้รู้ตัวมากขึ้นว่าเรากำลังกังวลกับอะไรอยู่กันแน่
- สร้างค่านิยมในตัวเราขึ้นมา
ถ้าคุณใช้ชีวิตตามค่านิยมของเจ้าลิง นั่นคือ “รักษาชีวิตตัวเองให้ปลอดภัยมากที่สุด” คุณจะไม่มีวันทำเป้าหมายของคุณให้เป็นจริงได้อีกเลย
ลองหาค่านิยมในชีวิตของตัวเอง แทนค่านิยมที่เจ้าลิงมอบไว้ ว่าสิ่งใดที่จะทำให้เรามีแรงบันดาลใจไปถึงเป้าหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ความรัก การเติบโต หรือการมีความสุขในทุกๆ วัน
เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกหลงทาง และคิดว่ายากที่จะจัดการกับเจ้าลิงในหัว ลองเปิดค่านิยมที่คุณยึดถือขึ้นมาอ่าน แล้วให้สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจของคุณดู
Scale’s Takeaways
1. การพักผ่อนเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ใช่เครื่องมือจัดการความเครียด
ถ้าเรามีงานด่วนที่จำเป็นต้องทำ การที่เราพักผ่อนเพื่อทำสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง ฟังเพลง นั้นก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ
แต่เราอย่าลืมว่า การพักผ่อนเป็นแค่การอยู่กับความสบาย ณ ปัจจุบันเท่านั้น ไม่ใช่การกำจัดความเครียดอย่างถาวร
สุดท้ายแล้ว เรายังมีงานต้องทำ มีเรื่องที่ต้องดูแล จงเตือนตัวเองไว้เสมอว่า “พักได้ แต่ต้องกลับมาจัดการกับปัญหาด้วย”
2. อย่าต่อต้าน หรือยอมรับลิงในสมอง
ให้มองว่าเจ้าลิงในสมองเป็นเพียงเสียงบนรถไฟฟ้า BTS ที่มีทั้งเสียงโฆษณา เสียงเตือนปิดประตู เสียงประกาศสถานี ซึ่งเราคงไม่ไปสนใจทุกเสียงบนนั้น แต่เราจะแค่รับฟังเท่านั้นว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่ แล้วพอถึงจุดหมาย เราก็แค่ลงไปจากสถานีเท่านั้น
เหมือนกับเสียงในหัวจากลิงของเรา ที่เราแค่รับฟัง และขอบคุณที่มันเตือนเรา เพื่อให้เราสามารถควบคุมความกังวลในหัวเราได้นั่นเอง
3. จงเคารพและให้อภัยตัวเอง
เจ้าลิงในสมองเราจะชอบบอกว่า “ความผิดพลาดคือเรื่องอันตราย และเราไม่ควรจะพลาด”
แต่เราทุกคนล้วนผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้น อย่าคิดว่าความผิดพลาดคือตราบาปในชีวิตเรา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตไปเป็นคุณที่ดีขึ้นกว่าเดิม
จงให้อภัยตัวเองเมื่อทำผิดพลาด และโอบกอดตัวเองให้แน่นเข้าไว้ เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ดูแลคุณได้ดีที่สุด ไม่ใช่เจ้าลิงในหัว แต่เป็นตัวคุณเอง
สรุป
อย่างบทความนี้คนเขียนก็เอาชนะลิงในหัวมาได้เช่นกัน!
และนี่คือ 4 ขั้นตอนในการรับมือความเครียดและความกังวลในหัวเรา ด้วยการเลิกเลี้ยงลิงในสมอง แล้วหันมาใส่ใจตัวเองได้อย่างเต็มที่ ถ้าใครมีทริคดีๆ ที่มาช่วยรับมือกับความกังวล ก็ลองเอามาเล่าให้เราฟังได้นะ
อ้างอิง
- หนังสือ “Don’t Feed the Monkey Mind” (หยุดเลี้ยงลิงในสมองคุณ!) จากสำนักพิมพ์ Bookscape



