“ถ้าวันนี้เราไม่ซื้อกาแฟเท่ากับพรุ่งนี้เราจะสามารถซื้อกาแฟได้สองแก้ว”
“ถ้าเราซื้อของโดยใช้เงินสดเท่ากับเราได้ของชิ้นนั้นมาฟรี”
“ถ้าเราเจอเงินที่เราคิดว่าหายไปแล้วโดยบังเอิญเท่ากับเราได้รายได้เพิ่มขึ้น”
ใครอ่านประโยคด้านบนแล้วเข้าใจอาจจะเป็นไปได้ว่าคุณมีการคำนวณโดยใช้ทฤษฎีของ Girl Math ที่กำลังเป็นกระแสมาแรงทั่ว TikTok
Girl Math คืออะไร
Girl Math เป็นกฎที่คิดมาแบบขำๆ ที่ผู้หญิงใช้ในการหาเหตุผลในการช็อปปิ้งของที่อยากได้ทันที โดยมักโฟกัสที่การมองว่าของเหล่านั้นคุ้มค่าที่ได้ซื้อหรือได้มาแบบฟรีๆ ซึ่งมองข้ามปัจจัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นความจำเป็นในการซื้อของชิ้นนั้นและราคาที่แท้จริงของสิ่งของชิ้นนั้น เช่น บัตรคอนเสิร์ตที่ซื้อล่วงหน้าถือว่าฟรี ของที่ซื้อมาแล้วคืนเพื่อรับเงินคืน ไม่เพียงแค่ฟรีแต่ยังถือว่าได้กำไร และกระเป๋าที่ซื้อมาราคา 2,000 ถ้าเราใช้ทุกวันใน 1 เดือนก็จะมีราคาเพียง 66 บาทเท่านั้น
ทำไม Girl Math จึงกลายเป็นกระแสทั่วโซเชียล
จุดเริ่มต้นของ Girl Math มาจากรายการวิทยุของเฟลทช์, วอห์น และ เฮย์ลีย์ ดีเจจากคลื่น FVHZM ในนิวซีแลนด์ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาโดยเฮย์ลีย์กล่าวว่า Girl Math คือการนำราคาที่จ่ายไปมาหารด้วยจำนวนครั้งที่ใช้งาน เธอยังยกตัวอย่างว่าเธอใช้เงินสำหรับการไปดูคอนเสิร์ต “Eras Tour” ของเทย์เลอร์ สวิฟต์ 4 คืนติดกันที่ซิดนีย์ด้วยเงิน 5,600 ดอลลาร์ ซึ่งเธอถือว่าทั้งหมดนี้ “ฟรี” เมื่อคิดถึงผลที่ได้จากการไปคอนเสิร์ตนี้ และแทนที่เธอจะต้องบินไปมาระหว่างนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย 8 รอบ เพื่อดูคอนเสิร์ต 4 คืนติด เธอเลือกที่จะไปค้างคืนที่ซิดนีย์ไปเลย แล้วค่อยบินกลับหลังจากชมคอนเสิร์ตเสร็จ ซึ่งทำให้เธอประหยัดค่าตั๋วเครื่องบินไปได้ถึง 1,800 ดอลลาร์
Girl Math สามารถนำไปใช้ได้จริงไหม
จริงๆ แล้วทฤษฎี Girl Math นั้นมีข้อดีข้อเสียโดยขึ้นอยู่กับว่าคุณนำไปใช้ในกรณีไหน เช่น ถ้าคุณอยากได้ของชิ้นหนึ่งที่มีราคาสูงมากๆ แต่ลองใช้ทฤษฎีนี้โดยการนำราคาไปหารจำนวนครั้งที่ใช้งานแล้วผลออกมาว่าไม่คุ้มก็จะช่วยยับยั้งความอยากได้ของชิ้นนั้นเอาไว้ก่อน แต่ถ้านำไปใช้เป็นข้ออ้างในการใช้เงิน ซื้อของเพราะอารมณ์มากกว่าเหตุผลก็อาจจะทำให้เกิดหายนะทางการเงินได้เช่นเดียวกัน
Scale’s Takeaways
1. ดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้
แม้ว่า Girl Math จะดูมีข้อเสียมากกว่าข้อดี โดยหลายคนโจมตีว่าถ้าใช้ทฤษฎี Girl Math ในระยะยาวจะส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงิน แต่จะดีหรือไม่ดีต่างก็ขึ้นอยู่กับการนำทฤษฎีนี้ไปประยุกต์ใช้ ถ้าประยุกต์ใช้อย่างถูกวิธี บางทีทฤษฎีนี้อาจจะเป็นเครื่องช่วยเตือนใจก่อนที่เราจะช็อปปิ้งไปโดยไม่คำนึงถึงความคุ้มค่า
2. คิดต่างไม่ใช่เรื่องผิด
อย่างที่หลายคนเคยได้ยินว่า หลายคน หลายความคิด ประโยคนี้ไม่เกินจริง เพราะแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ทุกคนจะมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ตราบใดที่ความคิดและการกระทำของเราไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็เป็นสิทธิ์ของเราที่จะคิดต่างจากคนอื่นๆ เช่นเดียวกับทฤษฎี Girl Math ที่มีทั้งคนสนับสนุนและไม่สนับสนุน
3. เหตุผลควรมาก่อนอารมณ์
ไม่ใช่แค่เรื่องของการช็อปปิ้งเท่านั้นที่เราไม่ควรให้อารมณ์มาเหนือกว่าเหตุผล แต่ในการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป การมีเหตุผลรองรับทุกการกระทำของเราย่อมดีกว่าการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจและแก้ปัญหา เพราะเมื่อไหร่ที่มีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องอาจจะทำให้เราขาดสติและทำเรื่องผิดพลาดไปโดยไม่รู้ตัว
สรุป
ทฤษฎี Girl Math เป็นเพียงเรื่องที่คิดขึ้นมาแบบขำๆ เท่านั้น ดังนั้นจะมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ใช้งาน ส่วนใครที่อยากอัปเดตเทรนด์โซเชียลใหม่ๆ อย่าลืมกดติดตาม Scale ไว้ได้เลย!
อ้างอิง



