Boost Juice Bar ก่อตั้งขึ้นจากการสังเกตของคุณ Janine Allis ในปี ค.ศ. 1999 ที่มีโอกาสได้เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา การไปครั้งนี้เขาได้พบเรื่องน่าประหลาดใจว่าทำไมผู้คนส่วนใหญ่ถึงนิยมดื่มน้ำผลไม้ปั่นกัน ในขณะที่บ้านเกิดของเขาอย่างประเทศออสเตรเลีย กลับยังไม่มีธุรกิจน้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพ
แบรนด์น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพจากออสเตรเลีย ที่เกิดจากการสังเกต จนเกิดไอเดียที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล
หลังจากกลับจากสหรัฐอเมริกาไปออสเตรเลียประเทศบ้านเกิด เขาจึงตัดสินใจที่จะทำธุรกิจน้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพในประเทศบ้านเกิด และตั้งชื่อแบรนด์ว่า Boost Juice Bar ในปี 2000 เขาและสามีเริ่มต้นด้วยแนวคิดที่จะสร้างความแตกต่างให้กับตลาดอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ได้รับความนิยมแต่กลับไม่ดีต่อสุขภาพ จึงอยากจะนำเสนอเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ และสามารถดื่มได้ง่ายๆ ในรูปแบบ grab-and-go
พวกเขาเปิดร้านครั้งแรกใน Adelaide ประเทศออสเตรเลีย ด้วยการใช้ผลไม้สดและผักสดมาทำน้ำปั่น โดยไม่ใส่สารกันเสีย หรือสิ่งแต่งเติมใดๆ ซึ่งจุดเด่นของพวกเขาคือการรักษามาตรฐานและคงรสชาติของวัตถุดิบจากผักและผลไม้ ทำให้รสชาติอร่อยถูกปากคนส่วนใหญ่ ดื่มง่าย และเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย
พวกเขาได้ใช้โอกาสจากกระแสการรักสุขภาพในช่วงนั้น ทำให้ลูกค้าหลายคนเปิดใจกับ Boost Juice Bar และสามารถแก้ปัญหาหลักของเครื่องดื่มสุขภาพอย่างน้ำผักหรือน้ำผลไม้ ที่หลายคนมีภาพจำว่ารสชาติไม่อร่อย ดื่มยาก หรือกลิ่นไม่ดี ลูกค้าหลายคนที่ได้เปิดใจลองจึงรู้สึกดีกับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากขึ้น และเกิดการพูดปากต่อปาก จนทำให้แบรนด์ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
ภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี Boost Juice Bar ขยายสาขาไปทั่วโลกด้วยระบบแฟรนไชส์กว่า 600 สาขา ใน 15 ประเทศทั่วโลก ซึ่งนอกจากที่พวกเขาจะใส่ใจในการรักษาคุณภาพวัตถุดิบให้สดใหม่อยู่เสมอ พวกเขายังมุ่งมั่นที่จะการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นด้านแบรนด์ที่สะท้อนออกมาผ่านสีสันร้านที่สดใสและเพลงที่สนุกสนาน จนไปถึงการเลือกใช้แก้วกระดาษรักษ์โลกที่มีสีสันสวยงาม ทำให้ลูกค้าอยากถ่ายลงโซเชียลมีเดียจนเกิดเป็นกระแสของแบรนด์ที่ลูกค้าหลายคนต่างลงรีวิวให้บนโลกออนไลน์
อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญของ Boost Juice Bar ที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ คือการที่แบรนด์ให้ลูกค้าสามารถ Customize เมนูขึ้นมาเองได้ นอกเหนือจากเมนูที่ทางแบรนด์มีให้ ลูกค้าสามารถเลือกผักหรือผลไม้ตามที่ต้องการ ทำให้พวกเขาสามารถสร้างเมนูใหม่ๆขึ้นมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละคนได้
นอกจากนี้พวกเขายังใช้ Gamification มาทำการตลาดเพื่อสร้างประสบการณ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ผ่านการใช้เกม Free the Fruit’ และ Find the Fruit มาสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า โดยลูกค้าที่เล่นเกมนี้นอกจากจะได้ความสนุกสนานแล้ว ยังได้รับรางวัลเป็นเครื่องดื่ม หรือบัตรกำนัล ซึ่งกลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จอย่างมากจากยอดดาวน์โหลดกว่า 329,889 ครั้ง และมีลูกค้าที่มาแรกของรางวัลที่หน้าร้านถึง 225,970 รางวัล
การใส่ใจของพวกเขาไม่ใช่เพียงแต่ลูกค้าเท่านั้น แต่พวกเขายังใส่ใจคู่ค้าหรือแฟรนไชส์ด้วยเช่นกัน ด้วยการสร้างระบบ Established Operation System ที่เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลไว้เก็บข้อมูลสาขาต่างๆ เพื่อช่วยวิเคราะห์และปรับปรุงเมนูให้เหมาะสมกับสาขาในแต่ละประเทศ และช่วยสนับสนุนให้แฟรนไชส์ตอบโจทย์ลูกค้าที่แตกต่างกันได้ในแต่ละประเทศ
ปัจจุบัน Boost Juice Bar ได้กลายเป็นแบรนด์น้ำปั่นและน้ำผลไม้ที่ติด Top 5 ของโลก ในธุรกิจแบรนด์น้ำปั่นและน้ำผลไม้ที่ใหญ่ที่สุด และได้มาเปิดสาขาให้คนไทยได้ดื่มน้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในช่วงเปิดตัวก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากคนไทยจนถึงขั้นต้องต่อคิวซื้อและรีวิวกันในโซเชียลมีเดีย
ซึ่งพวกเขาก็ได้มีการเปิดตัวเมนูใหม่ที่ Customize ขึ้นมาสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ เช่น ในเมษายน ได้เปิดตัวเมนูเมล่อนดับร้อนอย่าง Strawberry Melon, Cocomelon, Berry Passion Melon หรืออย่างในเดือนพฤษภาคม ที่พวกเขาเปิดตัวเมนูใหม่อย่าง Mango Lit-chee, Mango-Go-Coco, Mango Glory ให้เข้ากับเทศกาลมะม่วงของประเทศไทย
Scale’s Takeaways
1. Pain Point ของลูกค้า
การมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าหรือบริการเป็นเรื่องที่ดี แต่อีกหนึ่งปัจจัยที่ธุรกิจไม่ควรมองข้ามคือความต้องการของลูกค้า หรือ Pain Point ของลูกค้า เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการต่อยอดธุรกิจหรือพัฒนาสินค้าหรือบริการขึ้นมาตอบโจทย์ความต้องการหรือแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า
Boost Juice Bar ให้ความสำคัญกับ Pain Point ของลูกค้าอย่างมาก ปัญหาที่สำคัญของอาหารเพื่อสุขภาพคือเรื่องรสชาติที่เข้าถึงยาก ซึ่งพวกเขาแก้ไขปัญหานี้ได้จากการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพ และรักษามาตรฐานของผักและผลไม้ให้มีความสดใหม่ พร้อมนำเสนอน้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพที่ดื่มง่ายและสะดวก ให้เข้ากับพฤติกรรมคนในปัจจุบัน ที่มีวิถีชีวิตที่เร่งรีบหรือมีเวลาจำกัด
2. สร้างประสบการณ์ร่วม
ลูกค้าเป็นกลุ่มสำคัญในการอยู่รอดของทุกธุรกิจ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ธุรกิจควรสร้างประสบการณ์ร่วมกันระหว่างธุรกิจกับลูกค้า ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การตลาดหนึ่งที่สำคัญในปัจจุบัน นอกจากจะช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างคุณค่าของแบรนด์และความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า ยังเป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยสร้างยอดขายให้ธุรกิจได้
Boost Juice Bar ได้ใช้ทุก Touch Point ที่ลูกค้าเจอกับแบรนด์ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีและถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ที่มีความสดชื่นสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งหน้าร้าน บรรยากาศในร้านผ่านเสียงเพลง บรรจุภัณฑ์ที่มีสีสันสดใสและเข้ากับกระแสรักษ์โลก ไปจนถึงการใช้เกมในการเชื่อมต่ออารมณ์ความรู้สึกสนุกสนานของแบรนด์กับลูกค้า
3. กระแสในปัจจุบัน
การใช้ประโยชน์จากกระแสหรือเทรนด์ของโลกในปัจจุบัน ถือเป็นสิ่งที่นักการตลาดหรือคนที่ทำธุรกิจไม่ควรมองข้าม การนำสิ่งที่คนกำลังให้ความสนใจมาเป็นโอกาสในการสร้างหรือต่อยอดในธุรกิจ จะช่วยให้ธุรกิจได้รับความสนใจจากลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก และช่วยให้ธุรกิจเติบโตหรือประสบความสำเร็จได้
Boost Juice Bar เป็นตัวอย่างที่ดีจากการใช้ประโยชน์จากกระแสการรักสุขภาพ ในการนำเสนอเครื่องดื่มน้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพให้เข้ากับเทรนด์ในปัจจุบัน หรือเทรนด์รักษ์โลกที่พวกเขาสื่อสารผ่านบรรจุภัณฑ์ จนทำให้ลูกค้าหลายคนรีวิวลงโซเชียลมีเดีย และทำให้พวกเขาได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
สรุป
Boost Juice Bar ถือเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ และเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยเช่นเดียวกัน
ใครที่เป็นสายสุขภาพก็คงจะถูกใจในแบรนด์นี้ไม่น้อย หรือแม้แต่คนที่ไม่ใช่สายสุขภาพแต่ชื่นชอบการดื่มน้ำผลไม้ปั่นก็อาจจะเคยลองดื่ม Boost Juice Bar เช่นเดียวกัน ไหนใครเคยลองเมนูไหนแล้วชื่นชอบ? หรือมีเมนูพิเศษที่สั่งแบบ Customize เองแล้วติดใจ? อย่าลืมมาแชร์กันที่ใต้คอมเมนต์นี้น้า
อ้างอิง
- https://www.global-franchise.com/case-study/boost-juices-thirst-for-success
- https://www.boostjuice.com.au/news/find-the-fruit/
- https://insidefmcg.com.au/2018/04/19/boost-juice-launches-new-find-the-fruit-game-app/
- https://www.thaismescenter.com/10-เรื่องจริงที่คุณไม่รู้-boost-juice-bars-ร้านสมูทตี้ชื่อดังจากออสเตรเลีย



