เคยไหม? ทุกคืนก่อนนอนจะต้องนอนไถ TikTok เพื่อดูคลิปตลก หรือตามกดไลก์รูปดาราดังใน Instagram ไม่งั้นอาจนอนไม่หลับ ทุกเช้าจะต้องนอนเล่นโทรศัพท์บนเตียงก่อนสักพักถึงจะลุกไปอาบน้ำได้ หรือแม้แต่การเลือกทานอาหารที่อร่อยแต่ไม่มีประโยชน์ทุกครั้งที่ได้ออกไปนอกบ้าน
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองเสพติดพฤติกรรมเหล่านี้จนถึงขั้นที่ไม่ทำแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เหมือนกับขาดบางอย่างในชีวิตไป นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังจะต้อง ‘เปลี่ยน’ พฤติกรรมเพื่อลดสาร Dopamine ในสมอง ตัวการที่ทำให้คุณเสพติดความสุขสั้นๆ ที่ฉาบฉวย จนอาจทำลายความสุขในระยะยาว
Dopamine สารแห่งความสุข
Dopamine เป็นฮอร์โมนที่หลั่งในสมองเมื่อเราได้รางวัลจากการทำอะไรบางอย่างแล้วได้ผลตอบรับที่เป็นบวกทำให้เรารู้สึกดี สนุก อยากทำ และเมื่อทำซ้ำวนไปก็จะเกิดเป็นการ ‘เสพติดความสุข’ เช่น การที่เราได้ทานของหวานที่ชอบทุกวันจนทำให้น้ำตาลในเลือดสูง การที่ชอปปิ้งจนเงินหมดบัญชี หรือการไถฟีดโซเชียลไปเรื่อยๆ จนนอนเช้า ซึ่งแม้พฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้เรามีความสุขในช่วงหนึ่ง แต่นับเป็นพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดีต่อร่างกายและจิตใจเท่าไหร่จนอาจทำให้เราทำลายความสุขในระยะยาวของเรา เช่น การที่มีเงินเก็บในช่วงบั้นปลายชีวิต การพักผ่อนที่เพียงพอ และการมีสุขภาพดี
Dopamine Detox VS Dopamine Recalibration
เเมื่อการที่ Dopamine ในสมองมากเกินไปทำให้เสียสุขภาพกายและจิตจึงเกิดแนวคิด ‘Dopamine Detox’ ขึ้นมาเพื่อกำจัดการเสพติดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารตามใจปากที่อร่อยแต่ไม่มีประโยชน์ การใช้เวลากับโลกออนไลน์มากเกินไป การติดชอปปิ้งเมื่อเครียด และการติดสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ เมื่อเลิกทำพฤติกรรมแบบนี้ไปนานๆ ก็จะรู้สึกว่ามีกิจกรรมอื่นๆ อีกหลายอย่างที่สร้างความสุขให้เราโดยที่ไม่จำเป็นต้องทำพฤติกรรมเดิมๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและจิตอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามคำว่า ‘Dopamine Detox’ อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเราสามารถกำจัดสารนี้ในสมองได้ แต่ที่จริงเราไม่สามารถทำได้เพราะในสมองคนเราจำเป็นต้องมีสารนี้ เราเลยทำได้แค่ปรับเปลี่ยนให้เกิดสารนี้อย่างสมดุล หลายคนจึงสนับสนุนให้ใช้คำว่า ‘Dopamine Recalibration’ ที่ค่อนข้างตรงตัวมากกว่า แต่ปัจจุบัน ‘Dopamine Detox’ ก็ยังช่วยให้คนสามารถเข้าใจแนวคิดเห็นภาพได้ชัดเจนกว่า
Scale’s Takeaways
1. สำรวจตัวเอง
ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอะไรบางอย่างหรือแม้แต่การทำ Dopamine Detox เอง อย่างแรกคือการรู้จักตัวเองให้มากพอว่าจริงๆ แล้วเราเสพติดพฤติกรรมอะไรที่ส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจของเรา โดยอาจจะจดออกมาเป็นข้อๆ ว่ามีพฤติกรรมไหนบ้างที่เราต้องการที่จะลดและปรับเปลี่ยน
2. กำหนดระยะเวลา
หลังจากรู้แล้วว่าอยากเปลี่ยนพฤติกรรมไหน ขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดเป้าหมายว่าจะลดพฤติกรรมเดิมๆ ระยะเวลาเท่าไหร่ เช่น 3 วัน 7 วัน ซึ่งเราจะต้องทำตามเป้าหมายนี้อย่างเคร่งครัด เช่น ตั้งใจว่าจะงดของหวาน 7 วันเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด
3. หากิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ
เมื่อเราตั้งใจลดพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพแล้วก็ควรหากิจกรรมใหม่ๆ ที่ดีต่อทั้งสุขภาพกายและใจมาทดแทนเพื่อลดการโฟกัสพฤติกรรมเก่าๆ โดยการหาอะไรใหม่ๆ ที่สามารถสร้างความสุข สนุกได้เหมือนกัน อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย
สรุป
การทำ Dopamine Detox ที่เหมาะสมกับเราอาจจะไม่ได้หมายถึงการเลิกทำพฤติกรรมนั้นไปเลยถาวรแต่จะต้องหาจุดบาลานซ์ของตัวเองให้เจอว่าอะไรคือพฤติกรรมที่เหมาะสมและระยะเวลาที่เหมาะสมในการทำสิ่งนั้น อาจพักไปทำอย่างอื่นสักพักแล้วกลับมาทำพฤติกรรมเดิมนานๆ ครั้งเพื่อเพิ่มความสุขก็ไม่เป็นไร
อ่านจบแล้วอย่าลืมสำรวจพฤติกรรมของตัวเองดู เพื่อนๆ เสพติดพฤติกรรมไหนบ้างอย่าลืมมาแชร์กัน!
อ้างอิง
https://www.verywellhealth.com/serotonin-vs-dopamine-5194081





